หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจ ถึงประโยชน์ของการรับประทานหมูกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันบ้างว่า เนื้อหมูแต่ละส่วน มีคุณค่าทางโภชนาการเท่าไหร่บ้าง ดังนั้น เพื่อให้การเลือกชิ้นส่วนหมูมาประกอบอาหาร เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น ในบทความนี้ เราขอพาเจาะลึก โภชนาการของเนื้อหมูสดแต่ละส่วน ถ้าพร้อมกันแล้ว มาดูกันได้เลย
-
หมูสันใน
หมูสันใน เป็นเนื้อที่ไม่มีมันแทรก และเป็นเนื้อที่มีความนุ่ม ทำให้สามารถรังสรรค์อาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ทอด ต้ม หรือนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับการนำไปตุ๋น เพราะหากเคี่ยวนานจนเกินไป ก็อาจทำให้เนื้อยุ่ยเปื่อยเกินความจำเป็น
ทั้งนี้ เมื่อคิดจากปริมาณ 100 กรัมแล้ว หมูสันในมีโปรตีน 22 กรัม และไขมัน 2.8 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 122 กิโลแคลอรี ทำให้เป็นชิ้นส่วนที่เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก หรือควบคุมอาหารอย่างยิ่ง เพราะมีปริมาณไขมันน้อยที่สุด

-
หมูสันนอก
หมูสันนอก เป็นส่วนที่ติดกับซี่โครงหมู ทำให้มีไขมันแทรกอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากจนเกินไป และมีความนุ่มอยู่ในตัว เหมาะกับการประกอบอาหารหลายเมนู เช่น สเต๊กหมู หมูทอด หรือนำไปรมควัน ทั้งนี้ ก่อนนำไปปรุงควรหมักก่อน เพื่อให้หมูสันนอกมีรสชาติดียิ่งขึ้น
หากคิดจากปริมาณ 100 กรัม หมูสันนอกมีโปรตีน 19 กรัม และไขมัน 5 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 136 กิโลแคลอรี ซึ่งถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ได้ควบคุมอาหาร แต่ยังต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ โดยไม่มีปริมาณไขมันเยอะจนเกินไป หรือคนควบคุมน้ำหนัก ที่อยากทานเนื้อสัตว์ในวันชีตเดย์ (Cheat Day)
-
หมูสันคอ
สันคอ เป็นชิ้นส่วนที่อยู่บริเวณใกล้กับคอของหมู โดยเนื้อส่วนนี้มีมันแทรกอยู่ระหว่างชั้นเนื้อ ทำให้มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่ม เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ โดยปริมาณเนื้อหมู 100 กรัม สามารถให้โปรตีน 19 กรัม ไขมัน 13 กรัม และให้พลังงาน 195 กิโลแคลอรี ดังนั้น ควรรับประทานหมูสันคอ 1 มื้อต่อสัปดาห์เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณไขมันสะสมเยอะเกินความจำเป็น
-
หมูสามชั้น
หมูสามชั้น เป็นชิ้นส่วนหมูที่อยู่บริเวณท้องของหมู ประกอบไปด้วยชั้นไขมัน และเนื้อหมูสลับกันเป็นชั้น ๆ ทำให้มีรสชาติที่อร่อย กลมกล่อม แต่อาจมีปริมาณไขมันสูงเกินไป โดยหากคิดจากปริมาณ 100 กรัม หมูสามชั้นมีโปรตีน 15 กรัม ไขมัน 36.5 กรัม และให้พลังงาน 384 กิโลแคลอรี
อย่างไรก็ตาม หากต้องการรับประทานหมูสามชั้น ในช่วงที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ควรรับประทานไม่เกิน 100 กรัม และไม่นำไปทอด หรือทำเมนูที่ต้องใช้น้ำมันเพิ่ม และปรุงรสด้วยเครื่องปรุงที่มีโซเดียมต่ำ พร้อมกับรับประทานควบคู่กับผักสด

-
เนื้อสะโพก
เนื้อสะโพก เป็นชิ้นส่วนที่อยู่บริเวณขาหลังของหมู ทำให้มีไขมันน้อย เนื่องจาก กล้ามเนื้อส่วนสะโพกมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา เหมาะกับการทำอาหารแบบ Slow Cook หรือการทำให้อาหารสุก โดยใช้อุณหภูมิต่ำต่อเนื่อง เช่น การอบหรือตุ๋น โดยหากคิดจากปริมาณ 100 กรัม เนื้อสะโพกมีโปรตีน 10 กรัม และไขมัน 10.6 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 182 กิโลแคลอรี
-
ขาหมู
ปิดท้ายกันด้วยขาหมู ประกอบไปด้วยช่วงต้นขาถึงเหนือข้อ และส่วนเท้า ตั้งแต่ใต้ข้อลงมาถึงเท้าหมู ทำให้มีเนื้อสัมผัสนุ่ม และเปื่อยได้ง่าย เมื่อนำไปประกอบอาหารก็จะมีรสชาติอร่อยเข้มข้น ชวนให้รับประทานอาหารจนหมดจาน
ซึ่งหากคิดจากปริมาณ 100 กรัม ขาหมูจะมีโปรตีนทั้งหมด 15 กรัม และไขมัน 35.6 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 384 กิโลแคลอรี ดังนั้น หากอยู่ในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก และควบคุมปริมาณไขมันต่อวัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นขาหมู เช่น ข้าวขาหมู ขาหมูเยอรมัน และซุปที่นำขาหมูมาต้มจนเปื่อย เป็นต้น
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ การเจาะลึกโภชนาการของเนื้อหมูแต่ละชิ้นส่วน เพื่อให้การคัดเลือกวัตถุดิบต่าง ๆ ไปประกอบอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่กำลังควบคุมอาหาร และต้องการรับประทานโปรตีนให้เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pitchameat.com/
