Uncategorized

สำรวจ เนื้อหมูแต่ละส่วน แตกต่างกันอย่างไร ?

เนื้อหมูแต่ละส่วน

รู้หรือไม่ว่า เนื้อหมูแต่ละส่วนไม่ได้มีรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณสมบัติเหมือนกัน ดังนั้น เราเลยต้องรู้จักชิ้นส่วนหมูแต่ละส่วนให้ดีก่อนจะเริ่มประกอบอาหาร เพราะการเลือกเนื้อหมูที่เหมาะกับเมนูอาหาร ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังทำให้เมนูของคุณโดดเด่นกว่าร้านทั่วไป ดังนี้

สันในหมู (Pork Tenderloin) เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดของหมู อยู่บริเวณด้านในของสันหลัง เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานน้อย ทำให้เนื้อนุ่มละเอียดแทบละลายในปาก มีไขมันน้อย เหมาะกับการปรุงแบบอบ ผัด หรือย่างแบบ Medium ที่ต้องการเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม เช่น หมูอบ หมูสเต๊ก หมูผัดกระเทียมหรือเมนูซูวีที่ใช้ความร้อนต่ำและนาน ควรหลีกเลี่ยงการปรุงนานเกินไป เพราะอาจทำให้เนื้อแห้งและเสียความนุ่มได้

เนื้อหมูแต่ละส่วน

  • สันนอก

สันนอกหมู (Pork Loin) เป็นเนื้อส่วนที่อยู่ถัดจากสันใน มีลักษณะเนื้อแน่นแต่นุ่มกำลังดี ไขมันแทรกน้อยกว่าแต่ยังช่วยเพิ่มรสชาติ จึงเหมาะกับการนำไปย่าง ทอด หรืออบ เช่น หมูทอดทงคัตสึ หมูย่าง หมูอบ หรือหมูชาชูในราเมน หากหั่นบาง ๆ แล้วนำไปชุบแป้งทอดก็จะได้สัมผัสกรอบนอกนุ่มในอย่างลงตัว

เจาะลึก โภชนาการของเนื้อหมูสดแต่ละส่วน ที่คนรักสุขภาพควรรู้

  • สะโพกหมู

สะโพกหมู (Pork Leg / Ham) เป็นเนื้อส่วนล่างของหมู บริเวณขาหลังที่มีกล้ามเนื้อแน่น ไขมันน้อย จึงให้สัมผัสที่ค่อนข้างแห้งและไม่ค่อยหดตัวเมื่อปรุงสุก เหมาะกับการทำหมูแดดเดียว หมูยอ หรือหมูสับเนื้อแน่น รวมถึงการนำไปทำแฮมหรือไส้กรอก เพราะให้เนื้อที่ละเอียดและแน่นสม่ำเสมอ ไม่เหมาะกับการย่างหรือนำไปทอดโดยตรง เพราะอาจแห้งและเหนียวได้

  • ไหล่หมู

ไหล่หมู (Pork Shoulder) เป็นส่วนที่อยู่บริเวณบ่าและคอหมู มีไขมันแทรกอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ให้สัมผัสที่นุ่มและฉ่ำเมื่อผ่านการปรุงอย่างช้า ๆ เหมาะกับการทำหมูตุ๋น หมูแดง หมูหันบางเมนู หรือหมูหวาน เพราะเมื่อนำไปตุ๋นหรือต้มเค็มจะได้เนื้อที่เปื่อยนุ่ม และยังนิยมนำไปทำ Pulled Pork หรือแกงหมูที่ต้องการความเข้มข้นและชุ่มชื้นในเนื้อ

เนื้อหมูแต่ละส่วน

  • สามชั้น

หมูสามชั้น (Pork Belly) คือเนื้อหมูส่วนท้องของหมูที่มีทั้งเนื้อแดงและไขมันสลับเป็นชั้น ๆ ซึ่งให้รสชาติมันกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสนุ่มลื่นในปาก จึงได้รับความนิยมสูงในการนำไปทำเมนูต่าง ๆ เช่น หมูสามชั้นย่าง หมูกรอบ หมูพะโล้ หมูชาบู หมูทอดน้ำปลา หรือหมูตุ๋นซีอิ๊ว ซึ่งหากปรุงอย่างถูกวิธีจะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อมและเนื้อไม่เหนียว

  • คอหมู

คอหมู (Pork Collar) เป็นส่วนที่อยู่บริเวณคอถึงบ่าของหมู มีไขมันแทรกสูงมาก และเนื้อนุ่มเป็นพิเศษ ทำให้เมื่อย่างหรือปิ้งจะได้เนื้อที่หอม ฉ่ำ และเคี้ยวมัน นิยมนำไปทำเมนูยอดฮิตอย่างคอหมูย่าง หมูจิ้มแจ่ว หรือหมูหมักย่างแบบเกาหลี และยังเหมาะกับการปรุงแบบ BBQ หรือย่างกระทะร้อน เพราะให้เนื้อที่หอมชุ่มฉ่ำโดยไม่แห้ง

  • ซี่โครงหมู

ซี่โครงหมู (Pork Ribs) เป็นส่วนที่มีทั้งเนื้อ ไขมัน และกระดูก จึงให้รสชาติกลมกล่อมและเนื้อนุ่มหลังผ่านการตุ๋นหรือนึ่ง เหมาะสำหรับทำเมนูย่างหรือตุ๋น เช่น ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ซี่โครงหมูต้มแซ่บ แกงจืดกระดูกหมูอ่อน หรือซี่โครงอบซอส หากตุ๋นให้เปื่อยก่อนแล้วจึงนำไปย่าง จะได้รสชาติที่เข้มข้น หอม และนุ่มลิ้นมากยิ่งขึ้น

 

สุดท้ายนี้ การเข้าใจลักษณะของเนื้อหมูแต่ละส่วน จะช่วยให้คุณเลือกใช้วัตถุดิบได้อย่างถูกต้อง และสามารถรังสรรค์เมนูได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะทำขายหรือทำกินเองในครอบครัวก็ตาม

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.pitchameat.com/

อาการกระดูกทับเส้น เตรียมตัวอย่างไรก่อนรักษา ?

Previous article

แจกไอเดีย ของรับไหว้งานแต่ง ให้เข้ากับสถานที่จัดงานแต่งงาน

Next article